กำหนดอัตลักษณ์ให้กรุงเทพเป็นเมืองแห่งโอกาส งานเยอะ หากินง่าย สว่างไสวปลอดภัย และกล้าทุบทิ้ง/รื้อสร้างพื้นที่ที่เป็นปัญหา รวมถึงกฎหมายหรือข้อห้ามที่ไม่เป็นประโยชน์
จัดการทุกเรื่องทุกแง่มุม ไม่จำกัดบทบาทตัวเองแค่ "ภารโรงเมืองใหญ่" เพื่อหลุดจากข้อจำกัดด้านกฎหมายและอำนาจ
100 วันแรก กำจัดการทุจริต รีดไถผู้ประกอบการ เรียกเงินใต้โต๊ะ และผันงบเข้ากระเป๋า โดยใช้ทั้งกฎหมายแพ่ง-อาญาและอำนาจผู้ว่า เพื่อให้ กทม. มีเงินเพียงพอทำงบประมาณมหาศาล
ปรับโครงสร้างเมืองครั้งใหญ่ เช่น อุโมงค์น้ำ อ่างเก็บน้ำหนองจอก 10,000 ไร่ และโรงไฟฟ้า/แหล่งพลังงานของตัวเอง
พัฒนาหนองจอก-มีนบุรีเป็นเมืองอาหารฮาลาลระดับโลกและนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ลดการนำเข้า สร้างแบรนด์เนื้อไทย ลดค่าครองชีพ และดึงศักยภาพชาวมุสลิมฝั่งตะวันออกมาร่วมพัฒนา
ผลิตไฟฟ้าเองจากโซลาร์เซลล์และโรงไฟฟ้าเพื่อให้ไฟถูกลงและทุกซอยสว่าง พร้อมยกระดับความปลอดภัยและภาพลักษณ์ต้อนรับนักลงทุนทั่วโลก
สร้างที่พักราคาถูกทั้งเช่าและซื้อสำหรับคนทำงาน ลดภาระค่าเดินทางและค่าครองชีพ โดยตั้งบริษัทลูกของ กทม. และนำที่ดินรัฐ/เอกชนที่รกร้างมาสร้างตลาด คอนโด ท่ารถ
สร้างบ้านพักฉุกเฉินสำหรับเด็ก-สตรีในแต่ละเขต บ้านพักคนชราใน 6 กลุ่มเขต ที่พักผู้มีรายได้น้อยทุกเขต เมืองคนทำงาน และงานรายวันสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้เกษียณ
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น แหล่งพลังงาน เขื่อนกั้นน้ำเจ้าพระยาระบบเปิด-ปิด คลองระบายน้ำฝั่งตะวันออกเลี่ยงเมือง และอ่างเก็บน้ำ/ศูนย์ชะลอน้ำ
เพื่อแก้ปัญหาน้ำในอนาคต เช่น สร้างเขื่อน-ประตูน้ำ บริหารตะกอนแม่น้ำ และอาจต้องรื้อระบบระบายน้ำ เวนคืนขนาดใหญ่ หรือเปลี่ยนรูปร่างเมืองใหม่
เปลี่ยนให้สินค้าผ่านระบบตลาดของกทม. เพื่อตัดพ่อค้าคนกลาง ลดค่าใช้จ่าย และให้ปากท้องคนกรุงเทพอยู่ในมือคนกรุงเทพและคนไทยเอง
เพิ่มประชากรในระบบเป็น 12 ล้านคน นำประชากรแฝง/นอกระบบเข้าระบบเพื่อสร้างรายได้และกำลังซื้อ และจัดสัดส่วนประชากรให้เหมาะสมแทนการปล่อยตามมีตามเกิด